รู้จัก “ไมเคิล ปอมเปโอ” ว่าที่นายใหญ่ซีไอเอ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 20 พ.ย.ว่า นายไมเคิล ปอมเปโอ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต 4 รัฐแคนซัส สังกัดพรรครีพับลิกัน ได้รับการเสนอชื่อจากนายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐ ให้เตรียมขึ้นนั่งตำแหน่งผู้ว่าการสำนักข่าวกรองกลาง (ซีไอเอ) คนใหม่

ปอมเปโอ วัย 52 ปี คุ้นเคยกับสายงานด้านนี้มาเป็นอย่างดี เนื่องจากเป็นหนึ่งในสมาชิกคณะกรรมาธิการข่าวกรองของสภาผู้แทนราษฎรมาตั้งแต่ปี 2556 ซึ่งมีภารกิจสำคัญ คือ การตรวจสอบการทำงานของซีไอเอ และหน่วยงานสายลับอีกหลายแห่งของสหรัฐ

ปอมเปโอมีจุดยืนต้องการให้หน่วยข่าวกรองของมีอำนาจและขอบเขตไม่จำกัด ในการรวบรวมข้อมูลแบบออนไลน์ ของพลเมืองสหรัฐและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในอเมริกา

ขณะเดียวกัน ปอมเปโอยังคัดค้านนโยบายของประธานาธิบดีบารัค โอบามา ในการปิดเรือนจำทหารบนอ่าวกวนตานาโมในคิวบาเป็นการถาวร และการเคลื่อนย้ายนักโทษออกจากเรือนจำกวนตานาโมไปยังประเทศที่สาม และยังไม่เห็นด้วยกกับการที่โอบามายกเลิกวิธีการสอบปากคำผู้ต้องหาแบบ วอเทอร์บอร์ดดิ้ง ของซีไอเอ ที่เป็นการใช้ผ้าคลุมใบหน้าของผู้รับการสิบปากคำแล้วรดน้ำตามลงไป ซึ่งทำให้สำลักน้ำและหายใจไม่ออก จึงเป็นที่น่าจับตาอย่างยิ่งว่า ผู้อำนวยการซีไอเอคนใหม่จะรื้อฟื้นวิธีการอันลือลั่นดังกล่าว ที่โอบามายกเลิกไปตั้งแต่ปี 2552 หรือไม่

ปอมเปโอเกิดที่เมืองออเรนจ์ ในรัฐแคลิฟอร์เนีย จบการศึกษาด้วยคะแนนสูงสุดจากโรงเรียนนายร้อยเวสต์พอยต์ เมื่อปี 2529 จากนั้นเข้าศึกษาต่อที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด

เมื่อจบการศึกษา ปอมเปโอเข้าทำงานที่บริษัทกฎหมาย วิลเลียมส์ แอนด์ คอนนอลลี ซึ่งเป็นเครือข่ายของพรรครีพับลิกัน และได้รับความสนับสนุนด้านการเงินจากพี่น้องตระกูลโคกช์ ซึ่งเป็นนักธุรกิจที่มีอิทธิพลอย่างมากในแวดวงการเมืองสหรัฐ

ปอมเปโอลงสมัคร ส.ส.ที่รัฐแคนซัส และได้รับการเลือกตั้งสมัยแรกเมื่อปี 2553 และเป็นสมาชิกของปีกการเมืองสายแข็ง ที ปาร์ตี้ หรือ กลุ่มน้ำชา ในพรรครีพับลิกันด้วย

ปอมเปโอเริ่มเป็นที่จับตาของหลายฝ่าย เมื่อได้รับการแต่งตั้งให้เป็นหนึ่งในคณะทำงานสอบสวนพิเศษเรื่องสถานการณ์ในเมืองเบงกาซีของลิเบีย ที่เป็นเหตุโจมตีสถานกงสุลสหรัฐในเมืองเบงกาซี เมื่อเดือน ก.ย.2555 คร่าชีวิตนักการทูตชาวอเมริกัน 4 คน หนึ่งในนั้นคือเอกอัครราชทูตสหรัฐ โดยปอมเปโอซักฟอกนางฮิลลารี คลินตัน ที่ตอนนั้นดำรงตำแหน่ง รมว.กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ อย่างถึงพริกถึงขิง

สำหรับทัศนคติเรื่องนโยบายต่างประเทศนั้น ปอมเปโอวิจารณ์ข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่านที่รัฐบาลโอบามาเป็นแกนนำในการเจรจาจนสำเร็จ และข้อตกลงมีผลบังคับใช้เมื่อเดือน ม.ค.ปีนี้ เขาระบุว่า อิหร่านคือรากเหง้าของปัญหาความขัดแย้งในตะวันออกกลาง นับตั้งแต่เกิดเหตุปฏิวัติอิสลาม เมื่อปี 2522 และมองว่า ข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่านเท่ากับเป็นการเปิดโอกาสให้รัฐบาลเตหะรานแทรกซึมเข้ามาทำลายสหรัฐในอนาคต

ปอมเปโอได้รับความนับถือและชื่นชมจากหลายฝ่าย ไม่เว้นแม้แต่จากฝ่ายตรงข้ามคือพรรคเดโมแครต ว่าเป็นผู้ที่มีความตั้งใจทำงานและทำงานหนัก

นายอดัม ชิฟฟ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต 28 รัฐแคลิฟอร์เนียของพรรคเดโมแครต ซึ่งร่วมงานกับปอมเปโอในคณะกรรมาธิการข่าวกรองของสภาล่าง กล่าวว่า แม้มีความเห็นแตกต่างกันในหลายเรื่อง แต่การเป็นผู้ฟังและยอมรับความคิดเห็นที่แตกต่างของปอมเปโอ ถือเป็นหนึ่งในคุณสมบัติของการดูแลซีไอเอเช่นกัน

“เคน” โดน “อุ้ม” ทำเสน่ห์ใส่หลงใหลพลอดรักสุดสยิว

วันนี้จะพาไปชมภาพเบื้องหลังละคร “นาคี” ขอบอกว่า สนุกสนาน เข้มข้นครบทุกรสกันเลยทีเดียว เริ่มตั้งแต่ความเป็นมาในอดีตชาติ ที่ “เคน” ภูภูมิ พงศ์ภาณุ (ไชยสิงห์, ทศพล) ไปรบ แล้วก็ถูกจับตัวได้พร้อมกับเพื่อนๆ

แต่สุดท้าย “อุ้ม” ลักขณา วัธนวงส์ศิริ (ลำเจียก) ซึ่งเป็นพระธิดาของอีกเมืองหนึ่ง ได้เห็นหน้าเคนเข้าจึงตกหลุมรัก ร้องขอชีวิตไม่ให้ประหารเคน แล้วก็ขอให้พ่อจัดงานแต่งงานกับเคนในที่สุด แต่เหตุการณ์เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้น เมื่อน้องสาวแท้ๆ “แคลร์” ฉัตรฑริกา สิทธิพรม  (พระธิดาพิมพาวดี) ก็ชอบเคนเหมือนกัน จึงขัดขวางการแต่งงาน ด้วยการพาเคนหนีไป และขอติดตามเคนไปด้วย เมื่ออุ้มรู้เข้า จึงเสียใจมาก และ ฆ่าตัวตายในที่สุด

พอมาชาติปัจจุบัน อุ้มจึงทำทุกวิถีทางที่จะเอาเคนมาเป็นของตนให้ได้ ไฮไลท์อยู่ตรงที่อุ้มให้หมอเสน่ห์ทำเสน่ห์ใส่เคน หลังจากที่เคนเพิ่งแต่งงานกับ “แต้ว” ณฐพร เตมีรักษ์ (คำแก้ว) ได้เพียงไม่กี่วัน เคนก็ถูกเสน่ห์ หอบผ้าหอบผ่อนมาอยู่กับอุ้มทันที ขอบอกว่างานนี้แฟนละครคำแก้วมีขัดใจ เพราะบทของเคนกับอุ้มนั้น ถึงเนื้อถึงตัว เข้าด้ายเข้าเข็มกันอย่างแรง ฉากพลอดรักของเคนกับอุ้มไปถ่ายทำกันที่จิมทอมป์สัน จ.นครราชสีมา เรียกว่าหายใจกันไม่ทั่วท้องเลยทีเดียว

ติดตามความสนุกสนานของละครนาคีกันให้ได้ มาลุ้นกันว่า แต้วจะตามไปช่วยเคนให้พ้นมนต์เสน่ห์ของอุ้มได้อย่างไร ติดตามชมได้วันจันทร์ที่ 21 พ.ย. เวลา 20.30 น. ทางช่อง 3