เล่นเกมพนันออนไลน์ที่ง่ายให้ความสะดวกมากๆ

Gclub เว็บไซต์ เริ่มต้นสู่กิจกรรมแห่งการเดิมพันออนไลน์ที่คุณสามารถเล่นกันได้ทุกวันไม่มีหยุด ชีวิตแห่งการเริ่มต้นของเกมออนไลน์ที่เลือกเล่นกันได้ไม่มีหยุด อิสระแห่งการเล่นเกมคาสิโน ที่ใครๆ ก็เลือกเล่นกันได้ทุกวันจะว่าไปแล้ว Gclub คาสิโนออนไลน์เกมที่เข้าใจกันได้ทุกวันไม่มีหยุด

จี-คลับ

หนทางแห่งการเริ่มต้นใหม่ๆที่เข้าใจกันได้ทุกวันทำให้เกิดความเพลิดเพลินในการเข้ามาเดิมพันโดยภายในคาสิโนออนไลน์หรือจะทำให้ทุกคนเกิดความสนุกและความคุ้มค่าจากการเดิมพันที่เรามอบให้ทุกคนมาตรฐานและสามารถเล่นได้อย่างมั่นใจแนวทางการเล่นพนันที่หลากหลายมีกอัพเดทภายในเว็บของเราสามารถเข้ามาศึกษาเรียนรู้ได้ตลอดเวลากับเว็บคาสิโนแห่ง

คาสิโนจัดเป็นกิจกรรมที่เปิดเส้นทางแห่งความบันเทิงที่ลงตัวไม่เหมือนใครๆ จะว่าไปแล้ว
คาสิโน รูเล็ต สล๊อต ไฮโล และ แทงบอลออนไลน์เกมที่เลือกเล่นกันบ่อยมากที่สุด ยิ่งกว่านั้น คาสิโน เป็นแหล่งศูนย์รวมเกมพนันออนไลน์ ที่ตอบสนองความต้องการได้เป็นย่างดีที่สุด เส้นทางแห่งการเล่นเกมออนไลน์เกมที่ให้ความสนุกกันได้ทุกวัน ไม่มีหยุด บนเว็บไซต์ Gclub

“โจชัว” ทุบ “บรีซีล” ป้องแชมป์ “ไอบีเอฟ”

“โจชัว” ยังคงไร้คู่ต่อกร หลังไล่อัด “บรีซีล” กองคาเวที ป้องแชมป์โลกไอบีเอฟสวยงาม และเป็นเหยื่อน็อกเอาท์รายที่ 17 เข้าไปแล้ว 

<img class="aligncenter wp-image-560 size-full" src="http://admobsucks.com/wp-content/uploads/2016/06/โจชัว-ชิว check here.jpg” alt=”โจชัว-ชิว” width=”620″ height=”350″ /> ศึกมวยชิงแชมป์โลกรุ่นเฮฟวีเวตของสหพันธ์มวยนานาชาติ (ไอบีเอฟ) ที่สังเวียนโอทู อารีนา ในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา แอนโธนี โจชัว แชมป์โลกเลือดผู้ดี ป้องกันตำแหน่งสำเร็จ หลังจากเอาชนะทีเคโอ โดมินิก บรีซีล ผู้ท้าชิงชาวอเมริกัน ในยกที่ 7 
    
    โจชัว รุกไล่หนักตั้งแต่ยกที่ 6 และถลุง บรีซีล ร่วงลงไปกองกับพื้น 2 หนในยกที่ 7 ก่อนที่กรรมการจะโบกมือยุติการแข่งขันให้นักชกวัย 26 ปีชนะไปในที่สุด โดยผลการชกครั้งนี้ทำให้ โจชัว ยืดสถิติเป็นชนะรวด 17 ไฟต์ในการชกอาชีพ และยังชนะน็อกหมดทั้ง 17 ไฟต์อีกด้วย 

    ส่วนศึกมวยชิงแชมป์โลกรุ่นเวลเตอร์เวตของสมาคมมวยโลก (ดับเบิลยูบีเอ) ที่บาร์เคลย์ เซ็นเตอร์ ในมหานครนิวยอร์ค สหรัฐอเมริกา คีธ เธอร์แมน นักชกเจ้าถิ่น ป้องกันเข็มขัดไว้ได้ หลังจากชนะคะแนน ชอว์น พอร์เตอร์ เพื่อนร่วมชาติ อย่างเป็นเอกฉันท์ 115-113 คะแนนทั้ง 3 เสียง 

    เธอร์แมน ยืดสถิติไร้พ่ายและชนะรวดออกไปเป็น 27-0 ส่วน พอร์เตอร์ ชก 29 ไฟต์ ชนะ 26 เสมอ 1 แพ้ 2. 

คาสิโนออนไลน์ ตอบโจทย์นักเสี่ยงโชคเป็นอย่างดี

ปัจจุบันจีคลับคาสิโนมีสมาชิกเป็นจำนวนมาก ในแต่ละวันมีสมาชิกใหม่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เดี๋ยวนี้ใครๆก็เลือกที่จะเสี่ยงโชคแบบง่ายๆ แต่ว่าได้เงินจริงๆ ช่องทางคาสิโนออนไลน์เลยเป็นการตอบโจทย์นักเสี่ยงโชคเหล่านั้นได้เป็นอย่างดี เพราะว่าการที่เราต้องเดินทางไปเล่นการพนันที่ประเทศกัมพูชา กับคาสิโนปอยเปต ไม่ใช่เรื่องสะดวกของทุกคน แค่ค่าเดินทางไปกลับ ก็หมดแล้ว ไหนจะค่าที่พักค่าอาหารการกินอีก ถ้าไปถึงแล้วจะเหลือเงินเล่นคาสิโนซักเท่าไหร่กันเชียวจี-คลับออน

ฉะนั้นจีคลับคาสิโนออนไลน์เลยเป็นตัวเลือกใหม่สำหรับคนที่มีงบไม่มาก แต่ว่าสามารถลงทุนและสัมผัสเงินจริงๆได้อย่างฝัน คุณจึงสามารถเล่นคาสิโนออนไลน์โดยใช้เงินจริงๆผ่านทางเว็บไซต์ได้เลย เรียกว่าเป็นการลงทุนที่น่าสนใจไม่น้อย สำหรับการเดิมพันผ่านทางหน้าเว็บไซต์ คุณสามารถใช้สูตรและเทคนิคต่างๆ ที่ตอนนี้มีการอัพเดทแจกจ่ายกันมากมายบนโลกออนไลน์ ไปใช้ในการเดิมพันออนไลน์กับจีคลับได้เหมือนกัน การใช้สูตรหรือว่าเทคนิคการเดิมพันนั้น ถือว่าเป็นสิ่งที่ช่วยให้คุณรวยได้ง่ายกว่า ฉะนั้น การเดิมพันบนกับจีคลับไม่ใช่แค่การวัดดวง คุณจึงต้องมีแผนการเดิมพัน เพื่อหวังที่จะชนะด้วย คุณต้องมีเทคนิคการเดิมพัน และเอามันมาใช้ ไม่เช่นนั้นคุณอาจจะเสียเงินแล้วเสียเงินเล่า

ในการเดิมพันบนเว็บไซต์พนันและไม่สามารถทำเงินได้อย่างแน่นอน ส่วนวิธีการเดิมพันแบบง่ายๆนั้น ก็คือคุณต้องทำความเข้าใจแต่ละเกมส์ holiday palace มีรูปแบบเกมส์ในใจ และหาเทคนิคในการเดิมพัน ทำความเข้าใจกับเทคนิค แล้วเอามันมาใช้ สูตรไหนก็ได้ เอามาลอง ที่สำคัญต้องมีเงินในการเดิมพันพร้อมสร้างกฎในการเดิมพันกับตัวเอง แค่นี้ก็รวยได้แล้วครับ

 

: คลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่  sbobetgroup.com

เรื่องพระเวสสันดรชาดก อดีตชาติของพระพุทธเจ้า ตอน1

พระเจ้าสญชัย ทรงครองราชสมบัติเมืองสีพี มีพระมเหสีทรงพระนามว่า พระนางผุสดี ธิดาพระเจ้ากรุงมัททราช พระนางผุสดีนี้ในชาติก่อนๆ ได้เคยถวายแก่นจันทน์หอม เป็นพุทธบูชาและอธิษฐานขอให้ได้เป็นพุทธมารดาพระพุทธเจ้าในกาลอนาคต ครั้นเมื่อนางสิ้นชีวิตก็ได้ไปบังเกิดในเทวโลก เมื่อถึงวาระที่จะต้องจุติมาเกิดในโลกมนุษย์ พระอินทร์ได้ประทานพรสิบประการแก่นาง ครั้นเมื่อพระนางผุสดีทรงครรภ์ใกล้กำหนดประสูตินิทาน-ชาดก

พระนางปรารถนาไปเที่ยวชมตลาด ร้านค้า บังเอิญในขณะเสด็จประพาสนั้น พระนางทรงเจ็บครรภ์และประสูติพระโอรสในบริเวณย่านนั้น พระโอรสจึงทรงพระนามว่า เวสสันดร หมายถึง ในท่ามกลางระหว่างย่านค้าขาย พร้อมกับที่พระโอรสประสูติ ช้างต้นของพระเจ้าสญชัยก็ตกลูกเป็นช้างเผือกเพศผู้ได้รับชื่อว่า ปัจจัยนาค เป็นช้างต้นคู่บุญพระเวสสันดร
เมื่อพระกุมารเวสสันดรทรงเจริญวัยขึ้น ทรงมีพระทัยฝักใฝ่ในการบริจาคทาน มักขอพระราชทานทรัพย์จากพระบิดามารดา เพื่อบริจาคแก่ประชาชนอยู่เป็นนิตย์ ทรงขอให้พระบิดาตั้งโรงทานสี่มุมเมือง เพื่อบริจาคข้าวปลาอาหารและสิ่งของจำเป็น แก่ประชาชน และหากมีผู้มาทูลขอสิ่งหนึ่ง สิ่งใด พระองค์ก็จะทรงบริจาคให้โดยมิได้เสียดาย ด้วยทรงเห็นว่า การบริจาคนั้นเป็นกุศลเป็นคุณประโยชน์อันยิ่งใหญ่ ทั้งแก่ผู้รับและผู้ให้ ผู้รับก็จะพ้นความเดือดร้อน ผู้ให้ก็จะอิ่มเอิบเป็นสุขใจที่ได้ช่วยเหลือผู้อื่น และยังทำให้พ้นจากความโลภความตระหนี่ถี่เหนียวในทรัพย์สมบัติของตนอีกด้วย พระเกียรติคุณของพระเวสสันดรเลื่องลือไปทั่วทุกทิศว่าทรงมีจิตเมตตาแก่ผู้อื่นมิได้ ทรงเห็นแก่ความสุขสบายหรือเห็นแก่ทรัพย์สมบัติส่วนพระองค์ มิได้ทรงหวงแหนสิ่งใด ไว้สำหรับพระองค์

เทพเจ้าเห้งเจีย ฉีเทียนต้าเซิ้น

เห้งเจีย (ตัวเต็ม: 行者, ตัวย่อ: 行者, พินอิน: Xíng Zhě สิงเจ่อ, ฮกเกี้ยน: เห้งเจีย; แปลว่า นักสิทธิ์; อังกฤษ: Magic Monkey) เป็นหนึ่งในตัวละครเอกเรื่องไซอิ๋ว ซึ่งเห้งเจียเดิมเป็นหินที่ถูกแสงสุริยันจันทราอาบมากว่า 1,000 ปี วันหนึ่งจึงแตก และมีลิงตัวหนึ่งกระโดดออกมา ลิงตัวนั้นจึงได้ไปอยู่กับฝูงลิงที่เขาไม้ผล (เขาฮวยก๊วย จีนกลางว่า เขาฮัวกั่ว) และตั้งตัวเป็นหัวหน้าฝูง บรรดาลิงในฝูงนับถือเป็นท่านอ๋อง ฉายา “มุ้ยเกาอ๋อง” (พญาวานรโสภา)เทพเจ้า-เห้งเจีย

วันหนึ่ง ลิงหินตัวนี้เห็นลิงในฝูงตัวหนึ่งตายลงด้วยความแก่ จึงเกิดความคิดจะออกเดินทางไปหาวิชาที่จะไม่ทำให้เจ็บ ไม่ทำให้ตาย จึงออกจากฝูงเดินทางเสาะแสวงหาผู้รู้ไปเรื่อย ๆ ในที่สุดก็พบกับพระพุทธสาวกรูปหนึ่งนามว่า “โผเถโจ๊ซือ” คือ พระสุภูติ (菩提祖師 – सुभूति – Subhuti)” เมื่อเซียนรับเป็นศิษย์ ได้ฝึกวิชาต่าง ๆ เช่น การแปลงกายที่แปลงได้ 72 ร่าง, ตีลังกาได้ไกลกว่า 300 ลี้, ยืด-หดตัวได้, ถอนขนเสกเป็นของต่าง ๆ, ขี่เมฆวิเศษ เป็นต้น พร้อมกับตั้งชื่อให้ว่า “ซึงหงอคง”[1] (จีนตัวย่อ: 孙悟空; จีนตัวเต็ม: 孫悟空; พินอิน: Sūn Wùkōng; เวด-ไจลส์: Sun Wu-k’ung; ซุน อู้คง, ฮกเกี้ยน:ซุนหงอคง)

เมื่อฝึกวิชาสำเร็จแล้ว หงอคง เกิดลำพองใจ ไปอาละวาด อวดวิชาตามสถานที่ต่าง ๆ ไม่เว้นแม้กระทั่งสวรรค์หรือบาดาล ทำให้ 3 โลก ปั่นป่วนไปหมด เง็กเซียนฮ่องเต้ส่งทหารสวรรค์นับ 10 หมื่นนาย และเทพต่าง ๆ ไปจับ ก็จับไม่ได้ กลับถูกเห้งเจียปราบกลับมาจนเข็ดเขี้ยวตาม ๆ กัน ในที่สุด เง็กเซียนฮ่องเต้ ต้องยอมให้เห้งเจียขึ้นเป็นใหญ่ พร้อมตั้งให้เป็น “มหาเทพ” (ฉีเทียนต้าเซิ้น แปลตามตัวว่า ผู้ยิ่งใหญ่เสมอฟ้าดิน) จากเดิมที่เป็นเพียงคนเลี้ยงม้า (ปี้ม่าอุน) แต่หงอคงก็ยังเหิมเกริมไม่เลิก ในที่สุด องค์ยูไล(พระพุทธเจ้าในความเชื่อของชาวจีน) ต้องเสด็จมาปราบเอง โดยให้หงอคงถูกทับด้วยภูเขาหินนาน 500 ปี และผู้ที่จะช่วยออกมาได้ คือ พระถังซัมจั๋ง ผู้เดียวเท่านั้น และเห้งเจียต้องบวชเป็นลูกศิษย์รับใช้พระถังซัมจั๋งไปชมพูทวีป และมีหน้าที่คุ้มครองพระถังซัมจั๋งไปตลอดทาง

เมื่อพระถังซัมจั๋งรับหงอคงเป็นศิษย์แล้ว จึงตั้งชื่อให้ใหม่ว่า “เห้งเจีย” หรือ “ซุนเห้งเจีย” (จีน: 孫行者) แต่เห้งเจียก็ยังคงติดนิสัยเดิม ๆ คือ ใจร้อน ห่าม ดื้อรั้น ไม่เชื่อฟังพระถังซัมจั๋ง พระถังซัมจั๋งมีไม้ตายที่ปราบพยศเห้งเจียคือ มงคล ที่ได้รับประทานจากพระโพธิสัตว์กวนอิม ที่รัดอยู่กับหัวของเห้งเจีย เมื่อเห้งเจียพยศเมื่อไหร่ พระถังซัมจั๋ง จะสวดมนต์ เห้งเจียจะเจ็บปวดมาก มงคลอันนี้จะหายไปเมื่อภารกิจได้เสร็จสิ้นแล้ว

ตลอดระยะเวลาการเดินทาง ต้องผจญกับอุปสรรคนานัปการ โดยเฉพาะปีศาจ ที่มักปลอมตัวมาหลอกลวงให้เข้าใจผิด โดยเฉพาะกับพระถังซัมจั๋ง ซึ่งเห้งเจียมักจะมองปีศาจออกก่อนทุกครั้ง และลงมือทำร้ายไปก่อน จึงสร้างความขัดแย้งให้แก่ศิษย์ อาจารย์ คู่นี้ไปตลอด ว่ากันว่า เป็นการเจตนาสร้างความขัดแย้งของตัวละคร ซึ่งสะท้อนถึงบุคคลิกของบุคคลในลักษณะต่าง ๆ

อาวุธสำคัญของเห้งเจีย คือ กระบองวิเศษ ที่ปกติจะเก็บไว้ในรูหู สามารถยืด-หดได้ ซึ่งเดิมเป็นเสาค้ำมหาสมุทร ของเจ้าสมุทรทะเลตะวันออก (ทะเลตงไห่) และมีพาหนะเป็นเมฆวิเศษ

ปัจจุบัน หงอคง หรือ เห้งเจีย ได้รับการนับถือจากชาวจีน โดยตามศาลเจ้าบางแห่ง จะมีรูปเคารพ และนับถือเป็น ไต่เสี่ยฮุกโจ้ว หรือเจ้าพ่อเห้งเจีย เป็นต้น

เห้งเจีย ได้รับอิทธิพลมาจาก หนุมานจากวรรณกรรมรามายณะของอินเดีย และประเพณีความเชื่อของชาวจีน

ในการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 32 “สุพรรณบุรีเกมส์” เห้งเจียได้รับบทเป็นผู้จุดคบเพลิงกับแพรวพราว ดวงจันทร์ ณ สนามกีฬากลางจังหวัดสุพรรณบุรี

ปลูกว่านไล่ปอบ ว่านไฟ หรือไพล ว่านสารพัดประโยชน์

แต่ก่อนอื่นเรามาดูด้านวิทยาศาสตร์กันก่อนนะครับว่า จริงๆ แล้ว ที่บอกว่าว่านไฟที่เราเรียกๆ กันอยู่นี้ภาษาสากลเขาเรียกกันอย่างไร และประโยชน์เป็นเช่นไร ผมจึงใคร่ขอเล่าสู่กันฟังดังนี้นะครับ

ว่านไฟนั้นมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Zingiber cassumunar Roxb. อยู่ในวงศ์ ZINGIBERACEAE มีชื่อเรียกกันไปต่างๆ นานา ว่าปูลอย ปูเลย (ภาคเหนือ) ว่านไฟ ไพล(ภาคกลาง) ว่านไฟ (อีสาน) ซึ่งมีคุณสมบัติ คือ เป็นไม้ลงหัว มีเหง้าใหญ่ เนื้อสีเหลือง กลิ่นหอม ใบเรียวยาว ปลายแหลม ดอกออกรวมกันเป็นช่อ อยู่บนก้านช่อดอกที่แทงจากเหง้า

ว่าน-สมุนไพล
การขยายพันธุ์ สามารถทำได้โดยใช้เหง้าปลูก ชอบดินเหนียวปนทราย ระบายน้ำดี แสงแดดพอควร ซึ่งมีสรรพคุณในการ แก้ฟก บวม เคล็ด ยอก ขับลม ท้องเดิน และช่วยขับระดู เหง้าไพล มีน้ำมันหอมระเหย (Essential oil) 0.5-0.9% และมีสารประเภทโมโนเทอร์ปีนอยด์ และเฟนนิลบิวทานอยด์ จากการทดลอง พบว่า มีฤทธิ์ลดอาการอักเสบ ปวดบวม และมีผลเป็นยาชาเฉพาะที่ และจากรายงานพบว่า ไพลเป็นสมุนไพร ที่ไม่มีพิษเฉียบพลัน แต่สำหรับในแง่ไสยศาสตร์นั้น มีคนเขาบอกว่าเป็นอย่างนี้ครับ…
ฝึกปฏิบัติการปลูกพืชสมุนไพร
แต่ก่อนอื่นต้องขอเรียนเน้นย้ำว่า…ในด้านไสยศาสตร์ อาจารย์สมพิศ ไม้เรียงท่านบอกว่าไม่แน่ใจนะครับว่าด้านไสยศาสตร์นั้นเขาใช้ว่านไฟไปทำอะไร แต่จากการสอบถามพ่อผู้ใหญ่บ้าน แผง แห่งอำเภอพยัคฆภูมิสัย หนึ่งในผู้เข้ารับการฝึกอบรมและการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ท่านบอกว่า ในสมัยโบราณผู้เฒ่าผู้แก่ได้นำว่านไฟมาขับไล่ผีปอบที่มาเข้าร่างของคนเรา โดยเฉพาะผู้หญิง โดยหมอผี หรือหมอธรรมก็จะใช้ลำต้นของว่านไฟไปตี และใช้หัวไปถูตามจุดต่างๆ เพื่อขับไล่ผีให้ออกไปจากตัวเรา ถามว่า ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น…

คงต้องขอเรียนอย่างนี้ครับว่าจากประสบการณ์ของผู้เขียนเองก็ดี เคยเห็นมาตั้งแต่เด็กแล้วเช่นกันครับ เป็นดังที่พ่อแผงกล่าวเช่นกัน เพราะรายไหนรายนั้นเมื่อผีปอบโดนว่านไฟจิ้ม หรือตี เป็นว่าปอบวิ่งหนีกระเจิงทุกทีไป แต่เหตุผลลึกๆใครตอบได้ช่วยทีเถอะครับ

ยังต้องมีคำถามต่อท้ายอีกเช่นเดิมครับว่า…สุดท้ายว่านไฟมันเกี่ยวข้องกับเกษตรประณีตอย่างไร คงต้องขอเรียนอย่างนี้ครับว่า การปลูกว่านไฟในแปลงเกษตรประณีตนั้นเป็นการผสมผสานการปลูกพืชทั้งระบบ สำหรับการนำมาใช้ประโยชน์ในครัวเรือน ญาติมิตร หรือจนกระทั่งการขายอันจะนำมาซึ่งรายได้ในประการต่อมา นับว่าเป็นการใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด จึงนับได้ว่าเป็นการเรียนรู้ อย่างไม่หยุดยั้ง

ขอบคุณครับ

“ฟ้าลั่นจูเนียร์” ชั่งฉลุยพร้อมป้องแชมป์

ฟ้าลั่นจูเนียร์ เกษตรพัฒนา และ สเตฟานัส นานาบู ชั่งน้ำหนักผ่านฉลุย พร้อมชกศึกกำปั้นสะท้านโลก รวมพลคนแม่โจ้ วันที่ 10 มิ.ย.นี้ ที่ ม.แม่โจ้ จ.เชียงใหม่

ฟ้า-ลั่น
ความคืบหน้าศึกกำปั้นสะท้านโลก รวมพลคนแม่โจ้ ซึ่งเป็นการชกป้องกันแชมป์รุ่นจูเนียร์ฟลายเวท ไอบีเอฟ แพนแปซิฟิก ของ “เจ้าแชมป์” ฟ้าลั่นจูเนียร์ เกษตรพัฒนา เจ้าของตำแหน่งชาวไทย กับ สเตฟานัส นานาบู ผู้ท้าชิงรองแชมป์อันดับ 8 ชาวอินโดนีเซีย ในวันศุกร์ที่ 10 มิ.ย.นี้ ที่เวทีมวยชั่วคราว มหาวิทยาลัยแม่โจ้ อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ โดยมี ดร.อำนวย ยศสุข นายกสภามหาวิทยาลัยแม่โจ้ ร่วมกับ ดร.องอาจ กิตติคุณชัย ประธานจัดการแข่งขัน เวลา 16.00-18.00 น.

ล่าสุด วันที่ 9 มิ.ย. มีพิธีชั่งน้ำหนักตัวอย่างเป็นทางการ ที่ค่ายมวยเกียรติกรีรินทร์ ต.ราชาเทวะ จ.สมุทรปราการ ปรากฎว่า ฟ้าลั่นจูเนียร์ และ นานาบู ขึ้นชั่งครั้งเดียวผ่านพิกัด 108 ปอนด์ทั้งคู่ พร้อมชกแน่นอน

“จิมมี่” ดร.เอกรัฐ ไชยโชติช่วง โปรโมเตอร์ เกียรติกรีรินทร์ กล่าวว่า ฟ้าลั่นจูเนียร์จะต้องผ่านการชกป้องกันตำแหน่งครั้งนี้ให้ได้ เพื่อขยับอันดับให้สูงขึ้นและเตรียมก้าวขึ้นเขย่าบัลลังก์โลกตามแผนที่วางเอาไว้อย่างเป็นขั้นตอน ส่วนคู่มวยประกอบรายการนำทีมโดย ไมค์ เกษตรพัฒนา แชมป์รุ่นจูเนียร์เฟเธอร์เวท ไอบีเอฟ แพนแปซิฟิก พบ อารีก้า ยูเนียน นักชกอินโดนีเซีย, ซัดดัม เรือใบไข่มุก อดีตแชมป์ชาวไทย พบกับ โคล สมิธ นักชกแคนาดา เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป

“เดอะเฮง”ชี้4จุดอ่อนช้างศึก

โค้ชเฮง” ชื่นชม “ช้างศึก” แชมป์คิงสคัพ สร้างความสุขคนไทย แต่สะกิด ยังห่างชั้นของแข็งในการคัดฟุตบอลโลก ชี้ 4 จุดอ่อนต้องปรับปรุง

    หลังจาก “ช้างศึก” ทีมชาติไทย คว้าแชมป์ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน “คิงสคัพ” ครั้งที่ 44 มาครองอย่างยิ่งใหญ่ โดยโปรแกรมจากนี้ จะรวมตัวกันอีกราว 3 เดือนข้างหน้า เพื่อแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 12 ทีมสุดท้าย ที่จะประเดิมสนามไปเยือน ซาอุดิอาระเบีย วันที่ 1 ก.ย. 

โคช-เฮง
    “โค้ชเฮง” วิทยา เลาหกุล อุปนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ฝ่ายพัฒนาเทคนิค กล่าวว่า น่ายินดีที่ทีมชาติไทย คว้าแชมป์คิงสคัพ สร้างความสุขให้คนไทย จากนี้ยังมีรายการใหญ่รออยู่ คือศึกฟุตบอลโลก โดยเมื่อเทียบคู่แข่งในกลุ่มบีแล้ว ไทยยังอ่อนสุด ทั้งนี้จากสิ่งที่เห็นในคิงสคัพ นัดชิงชนะเลิศ ที่ชนะ จอร์แดน 2-0 นั้น ทัพช้างศึก ยังมีจุดต้องปรับปรุงอีกมาก หากหวังเข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลโลก โดยสิ่งต้องปรับทันทีคือ 1.ลงไปตั้งรับลึกเกินไป ทำให้การจะสร้างสรรค์เกมขึ้นมาบุกต้องใช้เวลามาก 2.ทีมไทยมักรอให้คู่แข่งเสียบอลเอง ไม่ไปไล่ให้คู่แข่งทำเสีย ผิดกับทีมใหญ่อย่าง  ออสเตรเลีย, ญี่ปุ่น ที่ไปบี้ฝั่งตรงข้าม เพื่อเอาบอลมาบุกต่อ 3.ในนัดชิงฯ ทีมไทยโดนไล่จนต่อบอลไม่ได้หลายครั้ง จึงต้องโยนยาว ทำให้เสียการครองบอล และ 4. กองหน้าตัวเป้าอย่าง “มุ้ย” ธีศิลป์ แดงดา ออกจากเขตพื้นที่รับผิดชอบมากเกินไป ทำให้พื้นที่ด้านหน้าไม่มีผู้เล่นขึ้นไปบีบแผงหลังคู่แข่ง
    “ฟอร์มของเราในรอบชิงฯ คู่แข่งร่วมกลุ่มในฟุตบอลโลก มาติดตามดูเก็บข้อมูลไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งก็ไม่แปลก เพราะเราก็ทำเช่นเดียวกัน” โค้ชเฮง กล่าว

“สวนดุสิตโพล” เผย5ความวิตกกังวล ของนักการเมืองสามัคคีปรองดอง

5 มิ.ย.59 ท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมืองที่ยืดเยื้อมานาน ส่งผลกระทบต่อประเทศชาติและประชาชนอย่างมาก ถึงแม้รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะพยายามลดความขัดแย้งและสร้างความปรองดองให้มีขึ้นในเร็ววัน แต่ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นรอบด้านก็ยังส่งผลต่อความวิตกกังวลของประชาชนทั้งสิ้น เพื่อเป็นการสะท้อนความคิดเห็นของประชาชน “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,319 คน สำรวจระหว่างวันที่ 1 – 4 มิ.ย.59 สรุปผลได้ ดังนี้

ดุสิต-ปรองดอง

1) “5 ความวิตกกังวล” ของประชาชนต่อ “การเมืองไทย” ณ วันนี้

อันดับ 1 การเมืองไทยยังคงมีความขัดแย้ง ทะเลาะเบาะแว้ง แบ่งฝักแบ่งฝ่าย 84.70%

อันดับ 2 ปัญหาการเมืองส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ของประชาชน 81.45%

อันดับ 3 ปัญหาการทุจริตคอรัปชั่น เห็นแก่อำนาจและผลประโยชน์ทางการเมือง 76.22%

อันดับ 4 การลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญและการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในปีหน้า 66.87%

อันดับ 5 การเมืองไทยขาดเสถียรภาพ มีการเปลี่ยนแปลงบ่อย 62.03%

2) ประชาชนอยากให้ “การเมืองไทยในฝัน” เป็นอย่างไร

อันดับ 1 นักการเมืองมีความสามัคคีปรองดอง ร่วมมือร่วมใจกันทำงาน 83.94%

อันดับ 2 รัฐบาลสามารถบริหารประเทศให้เจริญก้าวหน้า เศรษฐกิจดี ประชาชนอยู่ดีมีสุข 76.73%

อันดับ 3 การเมืองไทยเป็นการเมืองที่ใสสะอาด ไม่มีการทุจริตคอรัปชั่น 75.71%

อันดับ 4 การเมืองที่ยึดหลักประชาธิปไตย ให้สิทธิเสรีภาพและความสำคัญกับประชาชน 67.18%

อันดับ 5 การเมืองมีเสถียรภาพ มั่นคง ต่างชาติให้ความเชื่อมั่นและยอมรับ 60.69%

สักยันต์…………คงกระพันได้จริงหรือต้องลอง

“สักยันต์…………คงกระพันได้จริงหรือ?”
ฝรั่งรู้จักกับการ “สัก” เป็นครั้งแรกในช่วงที่กัปตัน “เจมส์ คุก”(เกิดราว ปี ค antidepressant lexapro.ศ.1728 ที่หมู่บ้านยอร์ค ในประเทศอังกฤษ) ออกเดินเรือสำรวจทะเลใต้เมื่อหลายร้อยปีก่อนและพบเข้ากับผืนแผ่นดินทางตอนใต้เข้า(ประเทศนิวซีแลนด์ในยุคปัจุบัน) ชาวเกาะทะเลใต้นั้นนิยมการสักกันมากและเรียกมันว่า “ทาทาอู” กัปตันเจมส์ คุก ได้สักผิวตามร่างกายไปอวดชาวลอนดอน ประเทศอังกฤษด้วยแต่มีการเข้าใจกันว่าการสักนั้นเรียกกันว่า “แท็ตทู” (tattoo) ฝรั่งจึงเรียกรอยสักหรือการสักตามร่างกายว่า “แท็ตทู” ซึ่งเป็นคำที่เพี้ยนมาดังปัจจุบัน เข้ามาในประเทศไทยเราบ้าง การสักในระยะแรกๆนั้นคาดเดาเอาว่าน่าที่จะเป็นการสักเพื่อการทหารเสียมากโดยเฉพาะการสักที่เรียกกันว่า “สักเลขลูกหมู่” ในสมัยรัชกาลที่ 4 ส่วนการสักยันต์นั้นเชื่อกันว่าเริ่มเป็นที่นิยมหลังจากนั้นได้ไม่นาน โดยเชื่อกันว่า “ยันต์” ที่สักนั้นกันนั้นมีความหมายถึง “องค์พระพุทธเจ้า” ดังนี้คือ

สัก-ยันต์
1.ยันต์รูปกลม หมายถึง พระพักตร์ของพระพุทธเจ้า
2.ยันต์รูปสามเหลี่ยม หมายถึง พระรัตนตรัย
3.ยันต์รูปสี่เหลี่ยม หมายถึง ดิน น้ำ ลม ไฟ
4.ยันต์รูปตัวเลข หมายถึง คาถาคุ้มกันร่างกาย เช่น ยันต์เลข 9 เป็นต้น
5.ยันต์รูปภาพ อาจจะเป็นรูปเทพ รูปมาร รูปยักษ์ รูปสัตว์ในหิมพานต์ รูปสัตว์สามัญ ก็ล้วนมีความหมายตามความเชื่อนั้นๆ อาทิ การสักต์รูปยักษ์เพื่อต้องการให้ตนนั้นมีพลังอำนาจเป็นเช่นพญายักษ์อันเป็นที่น่าเกรงขาม เป็นต้น
ส่วนความเชื่อในเรื่องของการสักยันต์นี่ก็ต้องมีพิธีรีตองกันมากหน่อยโดยเชื่อกันว่าถ้าต้องการจะให้ “ยันต์” ที่ทำการสักนั้น “ขลัง” มากๆแล้วล่ะก็ต้องไปสักกันในพระอุโบสถที่เป็นแบบ “มหาอุค” เท่านั้น ซึ่งพระอุโบสถในแบบมหาอุด ก็คือ พระอุโบสถที่มีประตูทางเข้า เพียงด้านเดียวผนังทั้งหมดจะทึบตัน กล่าวกันว่าเหตุที่พระอุโบสถแบบมหาอุดมีขนาดเล็กนี่ก็เพื่อใช้เป็นที่ในการประกอบพิธีปลุกเสกลงเครื่องรางของขลังต่างๆเป็นการเฉพาะ ซึ่งรวมถึงการสักยันต์ด้วย ดังมีความเชื่อว่าถ้าทำพิธีในพระอุโบสถแบบมหาอุดแล้วเครื่องรางของขลังต่างๆนั้นจะมีพุทธคุณสูงและมีความขลังมาก ในภาคใต้ของประเทศไทยเรานั้นการสักยันต์ถือเป็นที่นิยมแพร่หลายไม่แพ้ภาคอื่นๆ หนึ่งในนั้นก็คือ “วัดเขาอ้อ” หรือวัดเขาอ้อ ตำบลมะกอกเหนือ อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง ซึ่ง ณ ที่วัดแห่งนี้เองที่มีอาณาบริเวณของทางวัดตั้งอยู่บนเขาอ้อ และมีชื่อเสียงสุดๆในด้านของวิชาอาคมคงกระพันชาตรีสารพัด นอกจากนี้วัดเขาอ้อยังเป็นแหล่งเรียนรู้วิชาทางไสยศาสตร์ที่มีชื่อเสียงมากอีกด้วย
ความเชื่อในเรื่องของการสักยันต์นั้นมีมาช้านานคู่กับชนชาติไทยแต่ครั้งบรรพกาล บ้างก็เชื่อกันว่า “สักยันต์” แล้วทำให้ฟันแทงไม่เข้า มีเสน่ห์เมตตามหานิยม มีกำลังใจดี เป็นต้น ก็ว่าๆกันไปแล้วแต่ความเชื่อของในแต่ละบุคคล เรื่องความเชื่อนี่เราไม่สามารถที่จะไปห้ามกันได้ ผมเชื่อ คุณไม่เชื่อ ฉันเชื่อเล็กน้อยไม่เชื่อมาก คุณเธอเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง ดิฉันไม่เชื่อแต่ก็ไม่ลบหลู่ เป็นต้น อนึ่งผู้เขียนเคยไปนั่งสนทนากับชายผู้หนึ่งในโรงพยาบาล ซึ่งเขา(ชายคนดังกล่าว)เล่าให้ผู้เขียนฟังว่าเขาเป็นอีกผู้หนึ่งที่เคยเดินทางไปศึกษาเล่าเรียนวิชาคาถาอาคมมาจากสำนักดังๆหลายสำนักในภาคใต้ โดยเฉพาะในเรื่องของการสักยันต์นี่มีแทบทุกแขนงในร่างกาย(ชายคนนี้มีรอยสักยันต์เต็มตัว) นั่งฟังชายคนดังกล่าวเล่าอ้างอวดถึงสรรคุณในคาถาอาคมและยันต์ตามร่างกายอยู่นานว่าฟันแทงไม่เข้า ของแท้แน่นอน เอ้อ………….ผมชักสงสัยแล้วสิครับว่ายันต์ของคุณพี่นี่ “ขลัง” จริงแล้วคุณพี่ท่านมานอนซมเข้าเฝือกตั้งหลายแห่งในโรงพยาบาลนี่ด้วยเหตุอันใด? ชายคนดังกล่าวก้มหน้าและนิ่งเงียบลงไปเสียครู่หนึ่งแล้วจึงเงยหน้าขึ้นมาทางผู้เขียน และพูดว่า “ยันต์น่ะศักดิ์สิทธิ์จริง แต่ผมดันกินเหล้าเข้าไปมากเลยแหกโค้งลงข้างทางชนเข้ากับเสาไฟฟ้าหัก 2 ท่อน ที่รอดมาได้นี่เพราะยันต์ท่านศักดิ์สิทธิ์ช่วยไว้แท้ๆ” เอ่อ……………ผมนิ่งเงียบไปชั่วครู่ ผมบอกแล้วไงครับว่า “ความเชื่อ” (belief)ก็คือความเชื่ออยู่วันยังค่ำความเชื่อนี่เราไม่สามารถที่จะไปห้ามกันได้ ผมเชื่อ คุณไม่เชื่อ ฉันเชื่อเล็กน้อยไม่เชื่อมาก คุณเธอเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง ดิฉันไม่เชื่อแต่ก็ไม่ลบหลู่ แต่ที่ผมเชื่อแน่ๆก็คือถ้าชายคนนี้ยังไม่เลิกดื่มเหล้าแล้วขับรถล่ะก็ “ยันต์มหาอุด” ของวัดไหนก็ช่วยไม่ได้
ว่าแต่……………..คุณเชื่อผมไหม?